ลูกก้าวร้าว ตีคนอื่น อาจเกิดจากการควบคุมอารมณ์ที่ยังไม่ดี การสื่อสารความต้องการไม่ได้ หรือการเรียนรู้ว่าการใช้กำลังช่วยให้ได้สิ่งที่ต้องการ พ่อแม่ควรหยุดพฤติกรรมอย่างสงบ ดูแลความปลอดภัย และสอนวิธีสื่อสารแทนการตี หากพฤติกรรมเกิดบ่อยหรือทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ ควรปรึกษาบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสาเหตุ
“หมอคะ ลูกชอบตีเพื่อนที่โรงเรียน ทั้งที่อยู่บ้านก็ไม่ได้เป็นแบบนี้”
เป็นคำถามที่หมอเจินได้ยินจากผู้ปกครองอยู่บ่อยๆค่ะ
สิ่งที่หมออยากชวนสังเกตคือ ก่อนที่ลูกจะตีเพื่อน เกิดอะไรขึ้น?
เพื่อนแย่งของเล่น? ลูกต้องรอคอย? หรือมีใครเข้ามาขัดจังหวะกิจกรรมที่ลูกกำลังสนใจ?
เพราะสถานการณ์ก่อนเกิดพฤติกรรม อาจช่วยให้เราเข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีช่วยลูกได้ตรงจุดมากขึ้นค่ะ
ทำไมลูกถึงชอบตีคนอื่น?
เด็กที่ตีคนอื่นไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเสมอไปค่ะ บางครั้งพฤติกรรมนี้อาจเป็นวิธีตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เด็กยังจัดการไม่ได้
สาเหตุที่พบได้ เช่น
- การสื่อสาร: ลูกอยากได้ของเล่น แต่ไม่รู้ว่าจะขออย่างไร
- การควบคุมแรงกระตุ้น: ลูกโกรธแล้วลงมือทันทีโดยยังหยุดตัวเองไม่ได้
- ทักษะทางสังคม: ลูกยังไม่เข้าใจการรอคอยหรือการแบ่งปัน
- การเรียนรู้พฤติกรรม: ลูกเคยใช้การตีแล้วได้สิ่งที่ต้องการ
- ความเหนื่อยล้าหรือสิ่งกระตุ้น: ลูกอาจหงุดหงิดง่ายขึ้นเมื่อเหนื่อยหรืออยู่ในสถานการณ์ที่รับมือได้ยาก
การสังเกตสาเหตุช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องใช้วิธีตำหนิหรือลงโทษเพียงอย่างเดียว
ลูกตีเพื่อนที่โรงเรียน พ่อแม่ควรทำอย่างไร?
หมอแนะนำให้เริ่มจากการทำความเข้าใจสถานการณ์ร่วมกับคุณครูค่ะ
ลองสอบถามว่าเด็กมักตีเพื่อนในช่วงไหน เช่น ช่วงเล่นอิสระ ช่วงรอคิว หรือช่วงเปลี่ยนกิจกรรม
จากนั้นใช้แนวทางต่อไปนี้
1. หยุดพฤติกรรมทันทีอย่างสงบ
หากเห็นลูกกำลังตี ให้หยุดพฤติกรรมและแยกเด็กออกจากสถานการณ์เมื่อจำเป็น
พูดสั้นๆว่า
“หยุดตีนะครับ การตีทำให้เพื่อนเจ็บ”
ไม่จำเป็นต้องอธิบายยาวในขณะที่ลูกกำลังโกรธมาก
2. สอนคำพูดที่ใช้แทนการตี
เมื่อลูกสงบแล้ว ให้ฝึกประโยคง่าย ๆ เช่น
- “ขอเล่นด้วยได้ไหม”
- “หนูยังเล่นอยู่”
- “หนูไม่ชอบ”
- “ช่วยหนูหน่อย”
เด็กที่ยังใช้ภาษาพูดได้จำกัด อาจใช้ภาพ ท่าทาง หรือวิธีสื่อสารอื่นที่เหมาะสมร่วมด้วย
3. ฝึกการรอคอยผ่านการเล่น
ใช้กิจกรรมที่ต้องผลัดกันเล่น เช่น
- ต่อบล็อกคนละชิ้น
- กลิ้งบอลสลับกัน
- เล่นเกมจับคู่ภาพ
- เล่นเกมกระดานง่าย ๆ ตามวัย
เริ่มจากการรอช่วงสั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มระยะเวลาเมื่อเด็กทำได้
4. ให้แรงเสริมกับพฤติกรรมที่เหมาะสม
เมื่อเด็กขอของเล่นแทนการแย่ง หรือรอคิวได้ ให้ชมทันที
“เมื่อกี้หนูอยากเล่น แต่หนูเลือกขอก่อน เก่งมากที่ใช้คำพูดนะครับ”
คำชมที่ระบุพฤติกรรมชัดเจนช่วยให้เด็กรู้ว่าควรทำอะไรซ้ำ

ลูกตีคนอื่น ควรตีลูกกลับเพื่อให้รู้ว่าเจ็บไหม?
ไม่แนะนำให้ตีลูกกลับค่ะ
การใช้ความรุนแรงเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมก้าวร้าวอาจทำให้เด็กเรียนรู้ว่าการใช้กำลังเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยอมรับได้
พ่อแม่ควรใช้ขอบเขตที่ชัดเจนควบคู่กับการสอนทักษะใหม่
เช่น
“แม่ไม่ให้ตี แต่ถ้าหนูโกรธ หนูบอกแม่ได้”
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการประจาน ติดป้ายว่าเด็กนิสัยไม่ดี หรือบังคับให้ขอโทษในขณะที่ยังไม่สงบ
หลังจากเด็กสงบแล้ว จึงช่วยให้เด็กเรียนรู้การรับผิดชอบ เช่น ตรวจดูว่าเพื่อนบาดเจ็บหรือไม่ ช่วยเก็บของ หรือกล่าวขอโทษตามความเข้าใจและความพร้อมของเด็ก
ลูกตีเพื่อนบ่อยแค่ไหนถึงควรประเมินพฤติกรรม?
ไม่มีจำนวนครั้งตายตัวที่ใช้ตัดสินได้กับเด็กทุกคน
แต่ควรพิจารณารับการประเมินเมื่อ
- ลูกตีเพื่อนบ่อยจนกระทบการเรียนหรือการเข้าสังคม
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
- พฤติกรรมรุนแรงขึ้นแม้ได้รับการช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ
- ลูกมีปัญหาด้านภาษา สมาธิ หรือพัฒนาการร่วมด้วย
- พฤติกรรมเกิดในหลายสถานการณ์ เช่น ทั้งบ้านและโรงเรียน
การประเมินจะช่วยพิจารณาว่าควรส่งเสริมทักษะด้านใดเป็นพิเศษ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลูกอายุ 3 ขวบชอบตีคนอื่น ผิดปกติไหม?
เด็กวัย 3 ขวบอาจยังมีข้อจำกัดด้านภาษาและการควบคุมอารมณ์ จึงพบพฤติกรรมตีได้ แต่หากเกิดบ่อย รุนแรง หรือมีผู้บาดเจ็บ ควรปรึกษาบุคลากรด้านสุขภาพและพัฒนาการเด็ก
ลูกตีเพื่อนเฉพาะที่โรงเรียน แต่ไม่ตีคนที่บ้าน เกิดจากอะไร?
อาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางสังคม การแบ่งของเล่น การรอคอย หรือความเครียดในโรงเรียน ควรสอบถามคุณครูเพื่อสังเกตปัจจัยก่อนและหลังเกิดพฤติกรรม
ควรบังคับให้ลูกขอโทษทันทีหรือไม่?
ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อน และช่วยให้เด็กสงบ จากนั้นจึงสอนให้เข้าใจผลของการกระทำและฝึกการขอโทษหรือแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม
ส่งเสริมทักษะการสื่อสารและการเข้าสังคมของลูก
หากลูกมีพฤติกรรมตีเพื่อนหรือใช้กำลังบ่อยครั้ง การทำความเข้าใจทักษะด้านการสื่อสาร การควบคุมอารมณ์ และการเข้าสังคม อาจช่วยให้พ่อแม่วางแผนส่งเสริมพัฒนาการได้เหมาะสมขึ้น
ZENITH Kid's Center มีบริการด้านการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล


